แจกวิธีทำขนมชั้น สูตรเด็ด กินได้ไม่มีเบื่อ

แจกวิธีทำขนมชั้น สูตรเด็ด กินได้ไม่มีเบื่อ 1

ขนมชั้นได้ชื่ออันเป็นมงคลมาจากรูปแบบของตัวขนมที่แยกกันเป็นชั้นๆ โดยส่วนมากมักทำเป็นขนมชั้นใบเตยหรือขนมชั้นอัญชัน โดยไล่สีเข้ม อ่อน ไปแต่ละชั้นเพื่อความสวยงาม ในปัจจุบัน ด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัย ขนมชั้นจึงมีรูปลักษณ์ที่แปลกตาออกไป เช่น เป็นรูปดอกกุกลาบ โดยการใช้พิมพ์รูปดอกกุหลาบแทนการใช้ถาดทั่วไป 

ประวัติความเป็นมาของขนมชั้น

ขนมชั้นสามารถพบได้ในประเทศต่างๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย มาเลเซีย กัมพูชา อินโดนีเซีย เวียดนาม ไม่พบข้อมูลประวัติของขนมชั้นในเว็บไซต์ภาษาไทย แต่กลับเจอข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษ ในประเทศมาเลเซีย เรียกว่า ขนม Kueh Lapis หรือขนมชั้นในภาษามาเลย์ (คุย kue มีที่มาจากภาษาจีนหมิ่นใต้ หรือหมินหนาน แปลว่าขนมที่ทำด้วยแป้งข้าวจ้าว แป้งมันและแป้งหมี่ เช่น ขนมเค้ก ขนมไข่ เป็นต้น) ขนมชั้นนิยมใช้ในช่วงเทศกาล  เช่น ตรุษจีน ฮารีรายอตามข้อมูลจาก เว็บไซต์ของมาเลเซียพบว่า ขนมชนิดนี้มีที่มาจากอินโดนีเซีย โดยได้รับอิทธิพลจากชาวดัชต์หรือเนเธอร์แลนด์ เจ้าอาณานิคมอินโดนีเซีย โดยเปลี่ยนวิธีการทำขนมจากการอบมาเป็นการนึ่ง ซึ่งเป็นวิธีการทำอาหารที่นิยมมากกว่าในประเทศแถบนี้ ดังนั้นทำให้ขนมชั้นจึงมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Steamed layer cake นั่นเอง (แปลตามตัวว่าว่าเค้กชั้นนึ่ง)

แจกวิธีทำขนมชั้น สูตรเด็ด กินได้ไม่มีเบื่อ 2

ส่วนผสมในการปรุงขนมชั้น

วัตถุดิบในการปรุงขนมชั้นก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร เน้นไปที่ตัวแป้ง ซึ่งใช้แป้ง 4 ชนิด เพื่อทำให้เนื้อขนมมีความเหนียว นุ่ม ใส  ไม่แข็งกระด้าง ส่วนประกอบที่ทำให้แป้งขนมชั้นมีความหอมก็คือน้ำลอยดอกมะลิ และน้ำคั้นใบเตยนั่นเอง เรามาดูกันว่าส่วนผสมในการทำขนมชั้นนั้นมีอะไรกันบ้าง 

  1. แป้งมัน 2 ถ้วย
  2. แป้งข้าวโพด 1/2 ถ้วย
  3. แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วย
  4. แป้งท้าวยายม่อม 1/4 ถ้วย
  5. น้ำลอยดอกมะลิ 1 ถ้วย
  6. น้ำตาลทรายขาว 3 + 1/2 ถ้วย
  7. หัวกะทิ 3 ถ้วย
  8. น้ำคั้นใบเตย หรือน้ำอัญชัน 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีการปรุง 

ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมแป้งและน้ำเชื่อม

  1. เทส่วนผสมแป้งมัน แป้งข้าวโพด แป้งข้าวเจ้าและแป้งท้าวฯ คนผสมให้เข้ากัน จากนั้นเคล้าส่วนผสมของแป้งให้เข้ากันดี พักไว้
  2. ทำน้ำเชื่อมด้วยการนำส่วนผสมน้ำตาลทรายและน้ำลอยดอกมะลิผสมกันในหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟ คนให้เข้ากัน พอน้ำตาลละลายดีแล้ว ยกลงพักให้เย็น
  3. เมื่อน้ำเชื่อมเย็นตัวลงแล้ว นำหัวกะทิเทลงในน้ำเชื่อม และคนส่วนผสมให้เข้ากัน

ขั้นตอนที่ 2 นวดแป้ง

  1. เทส่วนผสมหัวกะทิและน้ำเชื่อม (ในข้อ 1) ลงในถ้วยที่เตรียมแป้งไว้ ค่อย ๆ เทส่วนผสมน้ำเชื่อมลงไปทีละนิด ใช้มือขยำแป้งและน้ำเชื่อมให้เข้ากันดี ใช้เวลาประมาน 20-30 นาที จากนั้นกรองด้วยกระชอน เพื่อให้ส่วนผสมเนียนสวย
  2. เมื่อกรองส่วนผสมแป้งแล้วให้แบ่งแป้งออกเป็น 2 ส่วนเท่า ๆกัน ส่วนที่ 1 ไม่ต้องผสมอะไร และส่วนที่สองให้เทน้ำค้นใบเตยหรืออัญชันลงไปผสม

ขั้นตอนที่ 3 ขั้นตอนการนึ่ง

  1. ตั้งน้ำใส่ลังถึงบนเตา รอให้น้ำร้อน
  2. นำถาดหรือพิมพ์ที่เตรียมไว้ ค่อยๆเทแป้งสีเขียวลงไป ความหนาประมาณ 2 มิลลิเมตร และนำไปนึ่งนาน 6-10 นาที จากนั้น เทแป้งสีขาวลงไปความหนาประมาณ 2 มิลลิเมตร นึ่งประมาณ 6-10 นาที เทแป้งสลับชั้นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนได้ 9 ชั้น (สังเกตดูให้ดีว่าแป้งแต่ละชั้นที่นึ่งสุกดีแล้วก่อนจะเทชั้นถัดไป เพื่อให้ขนมแยกชั้นสวยงาม)
  3. เมื่อได้ขนมตามต้องการแล้ว ปิดเตา จากนั้นทิ้งไว้ให้เย็น แล้วจึงตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเท่าๆ กัน

*เคล็ดลับ ก่อนที่จะปิดฝาลังถึง ในการนึ่งแต่ละครั้งควรเช็ดน้ำที่เกาะตัวฝาก่อนส่วนผสมแป้งทั้ง 4 ชนิดที่เป็นส่วนประกอบในการทำขนมชั้น มีคุณสมบัติแตกต่างกัน ดังนี้ 

  • แป้งมัน ทำให้เนื้อขนมเนียน นุ่ม มีความหนึบ ดูใสเป็นมัน
  • แป้งท้าวยายม่อม ทำให้เนื้อขนมเนียน เหนียว จับตัวกัน แต่ความใสจะน้อยกว่าแป้งมัน
  • แป้งข้าวเจ้า ทำให้เนื้อขนมจับตัวกันดี 
  • แป้งถั่ว จะทำให้ขนมอยู่ตัว ไม่เหนียวจนเกินไป

ดังนั้น การตวงส่วนผสมแป้งจะต้องเป็นไปตามมาตราส่วน ไม่เช่นนั้น เนื้อแป้งอาจจะแข็งหรือเหลวเกินไป ทำให้ขนมชั้นดูไม่น่ารับประทาน เช่นเดียวกันกับส่วนผสมที่เป็นของเหลว คือ น้ำเชื่อมและกะทิ หากใส่มากจนเกินไป เนื้อขนมจะเหลว เมื่อนึ่งแล้ว เนื้อขนมชั้นจะเหลวไม่แยกเป็นชั้นสวยงาม  แต่หากใส่ส่วนผสมเหลวน้อยเกินไป จะทำให้แป้งขนมชั้นแข็ง กระด้าง ไม่น่ารับประทาน 

เห็นส่วนผสม และวิธีการทำเหมือนง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน แต่การจะปรุงขนมชั้นให้อร่อย ก็มีเคล็ดลับอยู่หลายอย่างเหมือนกัน หากเพื่อนๆเคยผิดหวังกับขนมชั้นที่เคยซื้อตามร้านทั่วไปไม่ว่าเพราะเนื้อแป้งนั้นเหลวเกินไป หรือกระด้างเกินไป หรืออาจจะไม่มีกลิ่นหอมนวลชวนรับประทานล่ะก็ ลองมาทำขนมชั้นรับประทานกันเอง ตามสูตรนี้เลย รับรองว่าอร่อย เหนียว นุ่ม หอม ชวนรับประทานแน่นอน

Credit : https://cookmenu.live/

อ่านบทความ : 5 สูตรขนมสาคูเปียก กะทิสด หอม หวาน มัน

LUNA666

UFABET เว็บหลัก

สล็อตแตกง่ายเว็บตรง

บทความล่าสุด

ขนมไข่หงส์ หรือ ขนมไข่เหี้ย ทำยังไงให้นุ่ม หวาน หอม

ขนมไข่หงส์ หรือ ขนมไข่เหี้ย ทำยังไงให้นุ่ม หวาน หอม

ขนมไข่หงส์ ทานเล่นให้มีความเพลิดเพลินกันแล้วโดยวิธีการทำนั้นก็ไม่ได้ยากมากแถมยังสามารถทำเป็นอาชีพเสริมที่สร้างรายได้ให้กับคุณ

ขนมดอกจอก ขนมรูปดอกรสชาติหวาน หอม กลมกล่อม

ขนมดอกจอก ขนมรูปดอกรสชาติหวาน หอม กลมกล่อม

วิธีการทำ ขนมดอกจอก ต้องบอกเลยว่าหากใครที่ชื่นชอบในการทานขนมดอกจอกนี้อยู่แล้วก็น่าจะอยากลองนำเอาสูตรและวิธีการต่างๆนี้ไปทำกันดู

ขนมต้ม ใบเตยมะพร้าวอ่อน พร้อมวิธีทำแบบง่าย ๆ

ขนมต้ม ใบเตยมะพร้าวอ่อน พร้อมวิธีทำแบบง่าย ๆ

วิธีการทำ ขนมต้ม สูตรโบราณที่บอกเลยว่าจะให้ทั้งแป้งที่มีความนุ่มและไส้ที่มีรสชาติกลมกล่อมกำลังดีเหมาะกับการทานเป็นอาหารว่าง

ขนมถั่วแปบ สูตรทำแป้งให้เหนียวนุ่ม จนลูกค้าติดใจ

ขนมถั่วแปบ สูตรทำแป้งให้เหนียวนุ่ม จนลูกค้าติดใจ

ขนมถั่วแปบ รสชาติอร่อยมีความหวานมันและตัดเค็มได้อย่างลงตัวคลุกเคล้ากลับมะพร้าวที่มีความนุ่มและความกรอบอยู่ในตัวคลุกเคล้ากันอยู่ในปาก

ขนมนางเล็ด ทำง่าย ๆ ได้ที่บ้าน พร้อมรสชาติเลิศล้ำ

ขนมนางเล็ด ทำง่าย ๆ ได้ที่บ้าน พร้อมรสชาติเลิศล้ำ

ขนมนางเล็ด ข้าวเหนียวทอดกรุบกรอบแสนอร่อย ราดด้วยน้ำแตงโมหรือน้ำเชื่อมที่มีความคล้ายคลึงกับคาราเมล ทานคู่กันก็ยิ่งเพิ่มความอร่อยแบบ x2

สิ่งที่น่าสนใจ

ร้านอาหารอร่อย
kinkubsher

แฟชั่นผู้ชาย
maleextratoday

แบบบ้าน
baan-design

แต่งงาน
weddingdistrictfrance

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
liqinfo