9 สูตรขนมไทยโบราณ หากินยากแต่ทำเองได้!

ขนมไทย เป็นขนมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะด้วยรูปลักษณ์ที่สวยงาม ความประณีตในการปรุงแต่งและรสชาติที่ไม่เหมือนขนมชาติอื่นๆ ขนมไทยนั้นมีทั้งขนมหวานและเครื่องว่างที่มีรสชาติไปทางอาหารคาว แต่มีขนาดเล็กและเสิร์ฟระหว่างมื้ออาหาร  ขนมไทยที่มีรูปลักษณ์แปลกตาและความหลากหลาย โดยมากมีที่มาจากในวัง เพราะมีเจ้านายจากหัวเมืองต่างๆที่หลากหลาย และมีต้นเครื่องที่มีความรู้ในการประกอบอาหารเครื่องคาวหวานจากพื้นที่ต่างๆกัน หรือการนำความรู้การประกอบอาหารต่างชาติมาประยุกต์ให้เข้ากับเครื่องไทย

วันนี้เราจะนำสูตรการปรุงขนมไทย 9 สูตร ล้วนแล้วแต่เป็นขนมที่หาทานไม่ได้ง่ายโดยทั่วไป เพราะเป็นขนมที่มีที่มาจากในวังและมีความประณีตในการปรุง หรือบางอย่างไม่เป็นที่รู้จักโดยทั่วไป ทำให้มีคนสนใจรับประทานไม่มาก จึงไม่ได้รับความนิยม แต่รับรองได้ว่าทุกสูตรล้วนแล้วแต่อร่อย

9 สูตรขนมไทยโบราณ หากินยาก

1. ขนมสัมปันนี

ขนมไทย ขนมสัมปันนี

สัมปันนีเป็นขนมไทยโบราณ ตั้งแต่สมัยอยุธยา ตามคำบอกเล่าว่าเป็นขนมที่ท้าวทองกีบม้าเป็นคนคิดค้นขึ้น ปัจจุบันหาทานยาก ลองมาดูกันว่าสูตรการทำขนมสัมปันนีจะยากง่ายแค่ไหน

ส่วนผสม ขนมสัมปันนี

  1. แป้งมันคั่ว 345 กรัม
  2. น้ำกะทิ 150 มล.
  3. น้ำตาลทราย 100 กรัม
  4. กลิ่นมะลิ 1/4 ช้อนชา
  5. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  6. สีผสมอาหาร ตามชอบ
  7. พิมพ์ขนมไทย ลายดอกมะลิ


วิธีทำ ขนมสัมปันนี

  1. นำแป้งมันไปคั่วด้วยไฟอ่อน ประมาณ 20 นาที (ต้องคนตลอดเวลา เพื่อไม่ให้แป้งไหม้) แล้วพักไว้
  2. ทำน้ำเชื่อมกะทิ โดยนำกะทิ และน้ำตาลทราย ใส่ในภาชนะนำขึ้นตั้งไฟ คนให้น้ำตาลพอละลายใส่เกลือเล็กน้อย คนให้ละลาย จากนั้นเติมกลิ่นมะลิ ลดไฟใช้ไฟอ่อน เคี่ยวกะทิไปเรื่อย ๆ จนมีลักษณะ หนืดเล็กน้อย ปิดไฟ พักไว้
  3. แบ่งน้ำเชื่อมออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่เป็นสีขาว และสีฟ้าโดยหยอดสีผสมอาหารสีฟ้าลงไปในถ้วยแบ่ง รอจนน้ำเชื่อมเย็นตัวลง
  4. แบ่งแป้งมันมา 2 ถ้วยตวง ค่อยๆ ใส่น้ำเชื่อมที่ผสมสีฟ้าลงไป นวดแป้งด้วยมือ ทำส่วนสีขาเหมือนกัน
  5. เตรียมพิมพ์ขนม โดยการโรยแป้งนวลลงไปในพิมพ์เล็กน้อย นำแป้งที่ผสมเอาไว้ใส่ลงไปในพิมพ์ กดให้แน่น ปาดขอบให้เรียบ 
  6. ค่อยๆ เคาะขนมออกจากพิมพ์ จัดเสิร์ฟได้เลยขนมสัมปันนีจะมีเนื้อสัมผัสกรอบ ร่วน หอมกลิ่นแป้ง หวาน มัน หากเพื่อนๆชอบขนมหอมๆ สามารถนำไปอบควันเทียนเพิ่ม หลังจากทำขนมเสร็จแล้ว เพิ่มกลิ่นหอมให้ขนม

2. ขนมลืมกลืน

ขนมไทย  ขนมลืมกลืน

ขนมลืมกลืน ที่ได้ชื่อนี้เพราะเนื้อขนมที่ลื่น  รสชาติหวาน มัน ทำให้รับประทานได้ง่าย เมื่อทานเข้าไปแล้วก็ไหลลื่นเข้าคอไปเลย

ส่วนผสมตัวขนม

  1. แป้งท้าวยายม่อม 2 ช้อนชา
  2. แป้งถั่วเขียว 100 กรัม
  3. น้ำตาลทราย 150 กรัม
  4. กลิ่นมะลิ 1 ช้อนชา
  5. เกลือป่น 1/8 ช้อนชา
  6. น้ำเปล่า
  7. สีผสมอาหาร

วิธีการเตรียมตัวแป้ง

  1. นำแป้งถั่วเขียวแป้งท้าวยายม่อม น้ำตาลทรายและเกลือ ใส่ลงในภาชนะผสม คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน จากนั้นค่อยๆ เติมน้ำเปล่า กลิ่นมะลิ จากนั้นคนให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน
  2. นำแป้งที่คนผสมได้ที่แล้วแบ่งใส่ชามเท่าๆ กันตามจำนวนสีที่เตรียมไว้
  3. ใส่สีผสมอาหารลงไปในภาชนะที่ใส่แป้งแต่ละใบ คนส่วนผสมสีและตัวแป้งให้เข้ากัน โดยหยดสีผสมอาหารที่ลงไปเพียงเล็กน้อย เพราะเมื่อแป้งสุกแล้ว สีของแป้งจะเข้มขึ้นนำแป้งที่ผสมสีได้ที่แล้วใส่หม้อตั้งไฟ โดยใช้ไฟอ่อนกวนจนกว่าแป้งสุกและมีลักษณะใส ทำให้ครบทุกสี
  4. ตักแป้งที่กวนสุกแล้วใส่ลงในกระทงใบตองหรือพิมพ์วุ้น พักให้แป้งเย็น แล้วไปเตรียมส่วนหน้าขนม

ส่วนผสมหน้ากะทิ

  1. แป้งถั่วเขียว 2 ช้อนโต๊ะ
  2. แป้งข้าวเจ้า 2 ช้อนโต๊ะ
  3. กะทิ 250 กรัม
  4. น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
  5. เกลือป่น 1 ช้อนชา
  6. ถั่วเขียวอบเกลือตามชอบ

วิธีการเตรียมหน้าขนม

  1. เตรียมหม้อใส่กะทิที่เตรียมไว้ลงไป ตามด้วยแป้งข้าวเจ้า แป้งถั่วเขียว น้ำตาลทรายและเกลือ คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน จากนั้นนำขึ้นตั้งไฟกลาง คนจนกะทิข้นและแป้งสุก เมื่อได้ที่แล้วยกลงจากเตา
  2. เมื่อพักกะทิจนเย็นตัวแล้ว ตักกะทิใส่ถุงบีบ บีบลงบนตัวแป้งที่เตรียมไว้ จากนั้นโรยถั่วเขียวอบเกลือตามลงไป ขนมลืมกลืน ขนมไทยที่มีรสชาติหวาน มัน รับประทานเพลิน รูปลักษณ์ของขนมก็น่ารัก น่ารับประทาน หากเพื่อนๆมีเวลา ลองทำทานกันดูนะ

3. ขนมทรายหรือขนมขี้หนู

ขนมไทย  ขนมขี้หนู

ขนมทรายหรือขนมขี้หนู ที่ได้ชื่อนี้เนื่องจากเนื้อขนมมีลักษณะเป็นเม็ดร่วนเหมือนเมล็ดทราย มีกลิ่นหอม รสหวานละมุน โรยหน้าด้วยมะพร้าวขูดคลุกเกลือ ตัดความหวาน ได้รสชาติมัน อร่อย รับประทานกันเพลิน

 ส่วนผสมขนมขี้หนู 

  1. แป้งข้าวเจ้า 1+ 1/4 ถ้วยตวง
  2. กะทิ 1/4 ถ้วยตวง
  3. น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง
  4. น้ำลอยดอกมะลิ 1/2 ถ้วยตวง
  5. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  6. มะพร้าวทึนทึกขูดฝอย 1 ถ้วยตวง
  7. สีผสมอาหารตามชอบ

วิธีทำขนมขี้หนู 

  1. เคี่ยวน้ำตาลทรายกับน้ำลอยดอกมะลิ ให้เหลือ 3/4 ถ้วย ตั้งทิ้งไว้ให้เย็น
  2. เทแป้งข้าวเจ้าใส่ชาม ค่อยๆ เทกะทิลงในแป้งทีละน้อย คนให้ส่วนผสมเข้ากันจนได้เนี้อแป้ง ที่มีลักษณะเปียกหมาดๆ
  3. ยีแป้งให้มีลักษณะแตกเป็นเม็ดด้วยที่ร่อนแป้ง 2-3 ครั้ง โดยยีลงบนผ้าขาวบาง.
  4. นำแป้งที่ยีแล้วไปนึ่ง ใช้ไฟแรง นึ่งนานประมาณ 25 นาที จนแป้งสุก
  5. นำแป้งที่นึ่งสุกใส่ภาชนะ ค่อยๆ เทน้ำเชื่อมราดลงให้ทั่วเนื้อแป้งห้ามคนทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที
  6. ใช้ส้อม ค่อยๆ เกลี่ยแป้งให้ฟูขึ้น จากนั้นนำแป้งที่ได้ไปอบควันเทียน
  7. จัดแป้งลงในภาชนะที่ใช้เสิร์ฟ โรยหน้าด้วยมะพร้าวทึนทึกขูดฝอยคลุกเกลือ เพียงเท่านี้ก็จะได้ขนมขี้หนู รสชาติอร่อยไว้รับประทาน

ขนมขี้หนูที่อร่อย จะมีรสหวานอ่อนๆ หอมกลิ่นน้ำลอยดอกมะลิ เนื้อขนมจะร่วน ไม่แห้งหรือแฉะเกินไป เมื่อรับประทานคู่กับมะพร้าวขูด จะอร่อยลงตัว

4. ขนมเหนียว

ขนมไทย ขนมเหนียว

ขนมเหนียว เป็นขนมไทยที่ดูไม่ซับซ้อนอะไร แต่อร่อยมาก เนื้อขนมเหนียวนุ่ม คลุกเคล้ากับมะพร้าวขูดฝอย เพิ่มความหวานหอมด้วยน้ำตาลเคี่ยว เพิ่มความกรุบกรอบอร่อยด้วยข้าวพอง เข้ากันมากๆ

ส่วนผสมน้ำตาลเคี่ยว

  1. น้ำตาลปี๊บ 200 กรัม
  2. น้ำเปล่า 100 กรัม

วิธีทำน้ำตาลเคี่ยว

  1. ขั้นตอนการทำน้ำเชื่อม ใส่น้ำตาลปี๊บและน้ำเปล่าลงในกระทะ ตั้งไฟแรงให้น้ำตาลมีกลิ่นหอมน้ำตาลไหม้ แล้วเบาไฟเป็นไฟอ่อน เคี่ยวจนน้ำตาลมีลักษณะข้น โดยน้ำตาลเคี่ยวจะมีฟอง และเหนียวขึ้น จากนั้นปิดไฟ พักไว้

ส่วนผสมตัวแป้ง

  1. แป้งข้าวเหนียว 250 กรัม
  2. น้ำเปล่า 300 กรัม
  3. สีผสมอาหารตามชอบ
  4. ข้าวพอง
  5. มะพร้าวขูดขาว
  6. เกลือดนิดหน่อย

วิธีการทำแป้งขนมเหนียว

  1. นำแป้งผสมกับน้ำเปล่า นวดผสมจนแป้งไม่ติดมือ หลังจากนั้นหยดสีผสมอาหารตามชอบ นวดผสมจนสีกระจายทั่วตัวแป้งแล้วคลึงแป้งให้เป็นเส้นยาวๆ แล้วตัดเป็นชิ้นยาวพอดีคำ
  2. นึ่งมะพร้าวขูดขาวนานประมาณ 5-10 นาที จากนั้นยกลงใส่ถาด โรยเกลือเล็กน้อยคลุกให้เข้ากัน พักไว้ สำหรับคลุกแป้งที่ต้มแล้ว
  3. ตั้งน้ำเปล่าใส่หม้อพร้อมใบเตย ต้มจนน้ำเดือด หอมกลิ่นใบเตย จากนั้นนำแป้งที่ตัดไว้ ใส่ลงไปต้มให้สุก สังเกตว่าแป้งสุก แป้งจะลอยขึ้น
  4. เมื่อแป้งสุก ตักขึ้นคลุกในมะพร้าวขูดที่นึ่งเตรียมไว้ แล้วจัดใส่จานเสิร์ฟพร้อมข้าวพองและน้ำเชื่อมที่เคี่ยวไว้

ขนมเหนียว 1 คำ ให้รสสัมผัสที่หลากหลาย เหนียวนุ่ม หอม หวาน กรุบกรอบ เป็นขนมไทยที่อร่อยแปลกไปกว่าขนมไทยประเภทอื่นๆ ต้องลองทำทานดู

5. ข้าวเหนียวแก้วใบเตย

ขนมไทย  ข้าวเหนียวแก้วใบเตย

ข้าวเหนียวแก้ว ขนมไทยที่แลดูหน้าตาธรรมดาๆ แต่เมื่อรับประทานเข้าไปแล้ว จะได้กลิ่นหอมใบเคย ความเหนียว นุ่ม หวาน มัน ของตัวข้าวเหนียว 

ส่วนผสมข้าวเหนียวแก้ว

  1. ข้าวเหนียวเขี้ยวงู 1+½ ถ้วย
  2. สารส้มป่นละเอียด ½ ช้อนชา
  3. หัวกะทิ 1+½ ถ้วย (มะพร้าวขูดขาว 500 กรัม คั้นกับน้ำอุ่น ½ ถ้วย)
  4. น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
  5. น้ำใบเตยคั้นข้นๆ ¼ ถ้วย (ใบเตยหั่นชิ้นเล็ก 1 ถ้วย ปั่นกับน้ำ ½ ถ้วย)
  6. งาขาวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีการปรุงข้าวเหนียวแก้ว

  1. ล้างข้าวเหนียวที่เตรียมไว้ 2 ครั้ง แล้วนำไปแช่น้ำ ใส่สารส้มป่นลงในน้ำที่แช่ข้าวคนให้ละลาย แช่ทิ้งไว้อย่างน้อย 3 ชั่วโมง (สารส้มจะช่วยให้เม็ดข้าวเหนียวสุกใสเป็นเงา) เมื่อแช่ข้าวเหนียวจนครบตามเวลา เทน้ำแช่ข้าวทิ้ง แล้วล้างข้าวผ่านน้ำหลายๆน้ำจนกว่าน้ำจะใส เทข้าวเหนียวที่ล้างแล้วลงในกระชอนพักให้สะเด็ดน้ำ
  2. ทำข้าวเหนียวมูนโดยใส่น้ำในหม้อลังถึงประมาณ นำขึ้นตั้งไฟกลาง รอจนน้ำเดือด เทข้าวเหนียวที่พักไว้ลงบนผ้าขาวบางที่ชุบน้ำหมาด นำไปนึ่งจนสุก ใช้เวลาประมาณ30 นาทีหรือจนกว่าจะสุก นำข้าวเหนียวนึ่งที่ยังร้อนอยู่ใส่ลงในอ่างผสม ใส่หัวกะทิ คนให้ทั่ว ปิดฝา รอจนข้าวเหนียวดูดน้ำกะทิจนเมล็ดข้าวเป็นมัน ขึ้นเงาสวย พักไว้ให้เย็น
  3. ใส่น้ำตาลลงในอ่างผสมข้าวเหนียวมูนที่ทำไว้ คนให้เข้ากัน จากนั้นนำส่วนผสมของข้าวเหนียวใส่ลงในกระทะทองเหลือง ยกขึ้นตั้งไฟอ่อน กวนนานประมาณ 15 นาที จากนั้นใส่น้ำคั้นใบเตยลงไป กวนต่อพอให้ข้าวเหนียวเป็นยางมะตูม ข้าวจับตัวกัน ปิดไฟ ยกลง 
  4. ตักข้าวเหนียวใบเตยใส่กระทงใบเตยหรือภาชนะที่เตรียมไว้ ให้มีขนาดพอดีคำ โรยหน้าด้วยงาขาวคั่ว จัดใส่จาน

ข้าวเหนียวแก้วขนาดพอดีคำ หอมกลิ่นใบเตย หวาน มันน้ำกะทิ เป็นขนมไทยอีกชนิดที่ทานอร่อย และทานเพลินจนลืมน้ำหนักเลยทีเดียว

6. สังขยาฟักทอง

ขนมไทย  สังขยาฟักทอง

สังขยาฟักทอง ขนมไทยชื่อมงคล รสชาติอร่อย เนื้อสังขยาเนียน นุ่ม หอมน้ำตาลมะพร้าว มันละมุนด้วยกะทิและไข่ จับคู่กับฟักทองเนื้อแน่น มันอร่อย

ส่วนประกอบสังขยาฟักทอง 

  1. ไข่ไก่ 2 ฟอง  
  2. ไข่เป็ด 2 ฟอง
  3. หัวกะทิ 3/4 ถ้วย
  4. น้ำตาลปี๊บ 1/4 ถ้วย
  5. ใบเตย 3 ใบ
  6. ฟักทอง 1 ลูก

วิธีทำสังขยาฟักทอง

  1. นำส่วนผสมไข่ไก่ ไข่เป็ด หัวกะทิและน้ำตาลปี๊บ ใส่ลงในภาชนะ ขยำพร้อมกับใบเตย ขยำจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดี 
  2. นำส่วนผสมกะทิในข้อ 1 ไปกรองด้วยผ้าขาวบาง เพื่อให้เนื้อสังขยาเนียนยิ่งขึ้น
  3. เตรียมฟักทองโดยล้างเปลือกให้สะอาด และคว้านไส้ตรงกลางออก จากนั้นเทส่วนผสมสังขยาลงไปในลูกฟักทอง ประมาณ 3 ส่วน 4 ของผลฟักทอง
  4. นำสังขยาฟักทองไปนึ่ง โดยใช้ไฟอ่อน ใช้เวลานึ่งประมาณ 45 นาที
  5. ดูว่าสังขยาและเนื้อฟักทองสุกดีแล้ว นำมาตัดเป็นชิ้น จัดเสิร์ฟ อาจแต่งหน้าด้วยฝอยทองเพื่อความสวยงาม

สังขยาฟักทอนอกจากจะมีรสชาติอร่อย ยังอุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร เพราะในฟักทองมีสารเบต้าแคโรทีน บำรุงสายตา ลดระดับน้ำตาลในเลือด และมีสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย นับว่าเป็นขนมไทยที่ทั้งอร่อย และมีประโยชน์ 

 7. ข้าวหมาก

ขนมไทย ข้าวหมาก

ข้าวหมากจัดเป็นขนมไทยโบราณ มักรับประทานในฤดูร้อน รสชาติของข้าวหมากจะมีกลิ่นหอมของข้าว มีรสปร่า หวานติดลิ้น แช่เย็นๆ ทานแล้วชื่นใจ วิธีทำก็ไม่ยาก มาดูกัน

ส่วนประกอบการปรุงข้าวหมาก

  1. ข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้ว 600 กรัม
  2. แป้งข้าวหมาก 2-3 ลูก

วิธีทำข้าวหมาก

     1. นำข้าวเหนียวที่นึ่งสุกมาล้างยางข้าวออกในน้ำจนหมดยาง (สังเกตดูน้ำที่ล้างข้าวใส) เทข้าวเหนียวที่ล้างแล้วลงในตะแกรงพักให้สะเด็ดน้ำ
     2. นำลูกข้าวหมากไปคลุกข้าวเหนียวที่ล้างแล้วให้เข้ากัน
     3. บ่มข้าวหมาก โดยนำส่วนผสมใส่ภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด ตั้งไว้ในอุณหภูมิห้องปกติ ประมาณ 3 วัน
     4. พอครบ 3 วันแล้วให้นำไปแช่เย็นอีก 1 คืน ก็พร้อมรับประทาน

การรับประทานข้าวหมากก็ไม่ซับซ้อนอะไร เพียงนำใส่ภาชนะที่ใช้จัดเสิร์ฟก็รับประทานได้เลย นับเป็นขนมไทยที่ทำง่าย ทานง่าย เหมาะกับยุคปัจจุบันจริงๆ

8. ขนมบ้าบิ่นมะพร้าวอ่อน

ขนมบ้าบิ่นมะพร้าวอ่อน ขนมไทยอีกชนิดที่อร่อย หอม มัน มีความนุ่มจากเนื้อแป้งและความกรอบมันของมะพร้าวในเนื้อขนม อร่อย ทานเพลิน

ส่วนผสมขนมบ้าบิ่นมะพร้าวอ่อน

  1. แป้งข้าวเหนียวขาว 1 ถ้วย 

(หรือแป้งข้าวเหนียวดำผสมแป้งข้าวเหนียวขาวเล็กน้อย)

  1. น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย (ปรับความหวานตามชอบ)
  2. กะทิสด 1/2 ถ้วย
  3. เกลือป่น เล็กน้อย
  4. เนื้อมะพร้าวอ่อน (ขูดเป็นชิ้นหยาบ ๆ) 2 ถ้วย
  5. น้ำมันพืช (สำหรับทากระทะ)

วิธีทำขนมบ้าบิ่น
     1. นำส่วนผสมแป้งข้าวเหนียว น้ำตาลทราย กะทิ และเกลือป่น ลงผสมให้เข้ากันจนน้ำตาลทรายละลาย
     2. ใส่เนื้อมะพร้าวขูดลงไปในส่วนผสมของแป้งในข้อ 1 ผสมให้เข้ากัน
     3. นำกระทะขึ้นตั้งไฟกลาง ทาน้ำมันพืชที่กระทะบาง ๆ ตักส่วนผสมขนมลงทอด พอสุกเหลืองให้กลับขนมอีกด้านลงทอดจนขนมสุกเหลืองสวยทั้ง 2 ด้าน จัดขนมพร้อมเสิร์ฟ

ขนมบ้าบิ่นเป็นขนมไทยที่กลิ่นอายความเป็นขนมฝรั่ง เพราะนำขนมไปทอดให้แป้งเหลืองกรอบ หอมกลิ่นแป้งและมะพร้าว คล้าย ๆขนมเค้กของฝรั่ง รับประทานง่าย รสชาติอร่อย

9.  ทับทิมกรอบ

ทับทิมกรอบ ขนมไทยสีสวย ลักษณะเหมือนอัญมณี มักใช้ในงานมงคล ทับทิมกรอบ ขนมไทยที่ทำง่าย เหมาะกับวันร้อนๆ รับประทานแล้วสดชื่น

ส่วนผสมทับทิมกรอบ

  1. แห้ว 50 กรัม
  2. สีผสมอาหาร  (สีชมพู) 1 ช้อนชา
  3. แป้งมัน 1/2 ถ้วย

วิธีการทำทับทิมกรอบ

  1. หั่นแห้วเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า นำมาใส่อ่างผสม คลุกแห้วกับสีผสมอาหารสีแดงให้ทั่ว
  2. ใส่แป้งมันลงไปในแห้วที่คลุกสีแล้ว ให้แป้งเคลือบให้ทั่วชิ้นแห้วทุกชิ้น จากนั้นร่อนแป้งส่วนที่เกินออก
  1. ตั้งน้ำต้มจนน้ำเดือด จากนั้นนำแห้วลงต้ม จนแป้งที่หุ้มเนื้อแห้วสุก มีสีแดงใส จากนั้นตักขึ้นแช่น้ำเย็น พักไว้

ส่วนผสมน้ำกะทิ

  1. กะทิ   300 มิลลิลิตร
  2. ใบเตย   2 ใบ
  3. เกลือ 1/4 ช้อนชา
  4. น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย

วิธีการทำน้ำกะทิ

  1. นำน้ำกะทิขึ้นตั้งไฟอ่อน ใส่ใบเตยมัดปมลงไป ปรงุรสด้วยน้ำตาลทรายและเกลือ คนจนน้ำตาลละลาย 

วิธีจัดเสิร์ฟ 

ตักเนื้อทับทิมกรอบใส่ถ้วย ใส่น้ำแข็งที่ใสแล้วตามชอบ ราดน้ำกะทิลงไป จัดเสิร์ฟได้เลย หากต้องการเพิ่มเครื่องอื่นๆ เช่น เนื้อขนุนสุก หรือเฉาก๊วยก็สามารถเพิ่มได้ตามชอบ

วันนี้เราก็พาเพื่อนๆลองทำขนมไทยถึง 9 เมนู แต่ละเมนูล้วนมีเอกลักษณ์และรสชาติที่แตกต่างกันออกไป อีกทั้งเป็นขนมไทยที่หารับประทานยากขึ้นทุกวัน และมีวิธีการปรุงที่ไม่ซับซ้อน เพื่อนๆลงไปทำตามดูนะ เป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมการรับประทานขนมแบบไทยๆอีกด้วย 

อ้างอิง : cooking.kapook.com, food.trueid.net

LUNA666

UFABET เว็บหลัก

สล็อตเว็บใหญ่ที่สุด

บทความล่าสุด

โรตี แฮนเมด ทำกันยังไง ยากไหม มาดูกัน

โรตี แฮนเมด ทำกันยังไง ยากไหม มาดูกัน

วิธีการทำ โรตี แบบแฮนด์เมดฉบับแม่บ้านมาเองที่อยากมาแชร์ทริคดีๆให้คุณได้ทำโปรตีนนี้เก็บไว้กินในยามว่างซึ่งเมื่อเราทำแป้งโรตีสำเร็จรูปเอาไว้

ทองม้วนกรอบกะทิสด กับวิธีทำให้อร่อยแบบโบราณ

ทองม้วนกรอบกะทิสด กับวิธีทำให้อร่อยแบบโบราณ

วิธีการทำ ทองม้วนกรอบกะทิสด ให้มีรสชาติที่ดีหวานหอมกรอบอร่อยในแบบที่คุณนั้นชื่นชอบกันเลยหากใครที่สนใจอยากลองนำเอาสูตรเหล่านี้ไปใช้กันดู

ขนมหัวเราะ ขนมไทย หาทานยาก รสชาติถูกปาก

ขนมหัวเราะ ขนมไทย หาทานยาก รสชาติถูกปาก

วิธีการทำ ขนมหัวเราะ ทำได้ง่ายๆและยังมีวิธีการทำเพียงไม่กี่ขั้นตอนเท่านั้นบอกเลยว่าถึงแม้จะเป็นขนมโบราณที่หายากแต่ก็สามารถทำทานกันได้ง่ายๆ

สิ่งที่น่าสนใจ

ร้านอาหารอร่อย
kinkubsher

แฟชั่นผู้ชาย
maleextratoday

แบบบ้าน
baan-design

แต่งงาน
weddingdistrictfrance

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
liqinfo